Select Page

 

 

Writer

 

 

 

การเป็นนักเขียนสารคดีชีวิต
สิ่งหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจให้ถ่อง
แท้คือตนเอง เพราะการที่เรา
จะสามารถเข้าอกเข้าใจตนเองได้
ย่อมนำไปสู่การเข้าใจอีกหลายชีวิต

อรสม สุทธิสาคร

ผู้ปลดปล่อยพันธนาการ
แห่งถ้อยคำ ณ แดนประหาร

 

รศ.อรชุมา ยุทธวงศ์
7

ประวัติ

ชื่อ : อรสม สุทธิสาคร

ประสบการณ์ :

  • ศิลปินศิลปาธร สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2552
  • ก่อตั้งกลุ่มจิตอาสา “เพื่อนหลังกำแพง” เพื่อส่งเสริมการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ในเรือนจำอย่างต่อเนื่อง นักเรียนได้เรียนรู้งานจิตอาสาผ่านกิจกรรมดีๆ 5 กิจกรรม คือ การเขียนอักษรเบรลล์สำหรับคนตาบอด การทำหุ่นมือให้เด็กตามต่างจังหวัด ทำการ์ดให้กับผู้ป่วย การถักหมวกให้เด็กที่เป็นมะเร็ง ทำผ้าพันคอถวายพระภิกษุ หรือมอบให้กับคนแก่ตามต่างจังหวัดในฤดูหนาว
  • ประธานโครงการปั้นดินให้เป็นบุญ โดยเปิดให้ผู้สนใจและมีจิตศรัทธาหล่อหรือเช่าพระพุทธรูปผลงานนักเรียนในเรือนจำกลางบางขวาง นำไปถวายวัดและมอบแก่โรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศ รายได้ส่วนนี้เพื่อตั้งเป็นกองทุนสำหรับลูกศิษย์ที่พ้นโทษออกไปตั้งต้นชีวิตใหม่
{

การเป็นนักเขียนสารคดีชีวิต สิ่งหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจให้ถ่องแท้คือตนเอง เพราะการที่เราจะสามารถเข้าอกเข้าใจตนเองได้ย่อมนำไปสู่การเข้าใจอีกหลายชีวิต

อรสม สุทธิสาคร ผู้ปลดปล่อยพันธนาการ แห่งถ้อยคำ ณ แดนประหาร

“‘ข้าพเจ้าอยากเป็นนักประพันธ์’ และความฝันนี้ก็ดูจะมั่นคงยาวนานมาตลอดชั่วชีวิต”

อรสม สุทธิสาคร คือหนึ่งในนักเขียนสารคดีรุ่นใหญ่ของเมืองไทย เจ้าของผลงานเขียนมากมาย เช่น สนิมดอกไม้, ชีวิตคู่(ไม่)รู้กัน, นักโทษประหารหญิง มือปืน…ชีวิตจริงของคนรับจ้างฆ่า ดอกไม้ใต้ภูเขาน้ำแข็ง ฯลฯ ที่ถ่ายทอดชีวิตผู้คนจากมุมมืดของสังคมมากว่า 30 ปี อาทิ กลุ่มคนชายขอบที่ถูกละเลย หญิงบริการ อาชญากรหรือแม้กระทั่งนักโทษประหาร โดยผ่านการค้นคว้าและลงพื้นที่เจาะลึก เคี่ยวกรำข้อมูลชนิดที่บางเรื่องเป็นสารคดีชีวิตที่เข้าถึงยากเสียจนไม่มีใครเคยล่วงรู้ เพื่อมาเป็นสารคดีชีวิตที่มีมุมมองหลากมิติได้อย่างเป็นธรรมชาติและเต็มไปด้วยสาระ ทั้งยังดึงดูดผู้อ่านได้อย่างดีด้วยเทคนิคการเล่าเรื่องที่ชวนติดตาม ถือได้ว่าเธอเป็นนักเขียนสารคดีสะท้อนสังคมคนแรกๆ ที่ปรากฏตัวตนอันเด่นชัดในวงการนักเขียนไทย

ปี 2553 อรสมได้เริ่มลงมือทำในสิ่งที่เฝ้าคิดมาตลอด 10 ปี คือการนำประสบการณ์และความสามารถที่สั่งสมมานานเข้าไปช่วยให้นักโทษแดนประหารที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนรอวันที่วาระสุดท้ายแห่งชีวิตจะมาถึงให้ได้รับการเยียวยาจิตใจ มองเห็นค่าความเป็นมนุษย์ของตนเองจากการให้ค่าของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน โดยทำโครงการ “เรื่องเล่าจากแดนประหาร” ร่วมกับหลายหน่วยงาน เช่น โครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เครือข่ายพุทธิกา โดยพระไพศาล วิสาโล กรมราชทัณฑ์ และเรือนจำกลางบางขวาง เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องโทษจากแดนประหารให้ได้มีพื้นที่แห่งความสุข และมีกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ทำร่วมกัน อีกทั้งยังช่วยเปิดโอกาสให้พวกเขาได้สื่อสารผ่านตัวหนังสือสู่คนภายนอกเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตออกมาเป็นอุทาหรณ์ให้กับสังคม โดยอรสมได้เชิญ พระ นักเขียน กวี และนักพูดผู้สร้างแรงบันดาลใจเข้าไปร่วมทำกิจกรรมกับนักเรียนผู้ถูกจองจำอย่างสม่ำเสมอ ทั้งยังได้ขอรับบริจาคหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่างๆ ไปมอบให้ห้องสมุดในเรือนจำ เพื่อเปิดโลกความคิดและความรู้ ซึ่งตลอดระยะเวลาราว 4 เดือนของโครงการทำให้เธอและนักเรียนต่างมองเห็นความงามของชีวิต ทั้งยังได้เรียนรู้คุณค่าความรักของความเป็นเพื่อนมนุษย์ จนนักเรียนของเธอได้กล่าวถึงความรู้สึกจากการได้เข้าร่วมโครงการนี้ในวันรับประทานประกาศนียบัตรจากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ว่า “ผมภูมิใจมากที่ได้เรียนในชั้นเรียนที่วิเศษ มหัศจรรย์ ผมจะปฏิบัติบูชาครูด้วยการเขียนต่อไป” และ “การเข้ามาฝึกฝนการเขียนในชั้นเรียนนี้ ทำให้ผมค้นพบอิสรภาพทางใจอย่างที่ไม่เคยได้พบมาก่อน”

ผลงานหนังสือ 7 เล่มจากลูกศิษย์ในแดนประหาร นอกจากจะเป็นเครื่องยืนยันพัฒนาการของนักเขียนผู้ถูกจองจำแล้ว ยังเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จของการเปิดมิติให้ผู้คนได้เห็นถึงอำนาจแห่งจิตใจ ที่สามารถพัฒนาจากการเยียวยาด้วยการให้ค่าจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอีกด้วย วันนี้ อรสม สุทธิสาคร จึงไม่ได้เป็นเพียงนักเขียนสารคดีแถวหน้าผู้หาตัวจับได้ยากเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เธอคือผู้ที่ได้เรียนรู้ความทุกข์ของตนเองและผู้อื่น กระทั่งตกผลึกเป็นความเข้าอกเข้าใจในความเป็นมนุษย์ จนได้กลายเป็นแบบอย่างของผู้ที่เชื่อมโลกแห่งการตีตราแบ่งแยกให้หันกลับมามองคุณค่าของเพื่อนมนุษย์ให้รอบด้านด้วยหัวใจที่เปิดกว้างมากกว่าที่เคยเป็น

“ไม่ว่าเขาจะเป็นใครในสายตาของสังคม แต่เขาก็คือลูกศิษย์ของเรา เราได้มองเห็นสุขเห็นทุกข์ของกันและกัน เราไม่ได้สอนแค่การเขียน แต่ทั้งเราและลูกศิษย์ต่างได้เรียนรู้ถึงความเป็นมนุษย์จากกันและกัน พูดง่ายๆ คือเราต่างเรียนรู้มิติอันงดงามของความเป็นมนุษย์จากกัน”

“การเป็นนักเขียนสารคดีชีวิต สิ่งหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจให้ถ่องแท้คือตนเอง เพราะการที่เราจะสามารถเข้าอกเข้าใจตนเองได้ย่อมนำไปสู่การเข้าใจอีกหลายชีวิต” อรสม

ก่อเกียรติ ทองผุด

คนที่จะทำงานได้ดีต้องมีแรงผลักดันในสิ่งที่รัก มีความกระหาย มีครูมีต้นแบบที่ดี มีความกล้า คิดให้มากเพียรให้มาก เราก็จะไปถึงเป้าหมายได้

วิโรจน์ ฉิมมี

คนที่มีชีวิตคนที่ไม่เหมือนคนอื่นไม่ใช่คนบ้า แต่คนที่ต้องทนทุกข์กับสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการไปทั้งชีวิตนั้นแหละเป็นคนบ้า

วิวัฒน์ ศัลยกำธร

ที่ผ่านมานโยบายด้านการเกษตรของรัฐบาลหลงทาง เน้นเข้าสู่อุตสาหกรรม ตรงนี้แหละที่ผมจะเปลี่ยนทัศนคติใหม่ ให้หันมาทำเกษตรตามแนวทฤษฎีของในหลวง