Select Page

 

Volunteer Teacher

 

 

ตอนนี้เด็กๆ คลองเตย
กลายเป็นแรงบันดาลใจ
ให้กับพื้นที่อื่นๆ แล้ว
และเด็กๆ กำลังถูกพัฒนา
ให้เป็นผู้ให้จากที่เคยเป็นผู้รับ

ศิริพร พรมวงศ์

ครูอาสากับการเปลี่ยนแปลง
เยาวชนกลุ่มเสี่ยงด้วยเสียงดนตรี

รศ.อรชุมา ยุทธวงศ์
7

ประวัติ

ชื่อ : ศิริพร พรมวงศ์
การศึกษา :

  • จบจากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล รักดนตรีและทำงานอาสามาตั้งแต่สมัยเรียน แรงบันดาลใจจากเสียงเพลงของกลุ่มสลึง ทำให้เธอสนใจงานภาคสังคมอย่างจริงจัง

ประสบการณ์ :

  • ผู้ก่อตั้ง Klong Toey Music Program ย่านชุมชน 70 ไร่ ถนนอาจณรงค์ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ได้รับการสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Playing for change สากล
  • ผู้ดูแลโครงการ Music Sharing ซึ่งพัฒนาจากพื้นที่ชุมชนคลองเตยขยายออกไปสู่กลุ่มเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลอื่นๆ ที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงการเรียนดนตรี
{

ตอนนี้เด็กๆ คลองเตย กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับพื้นที่อื่นๆ แล้ว และเด็กๆ กำลังถูกพัฒนาให้เป็นผู้ให้จากที่เคยเป็นผู้รับ

ศิริพร พรมวงศ์  ครูอาสากับการเปลี่ยนแปลง เยาวชนกลุ่มเสี่ยงด้วยเสียงดนตรี

“เรารู้สึกว่าถ้าเรายิ่งย้ำเรื่องแย่ๆ เข้าไปมันก็จะทำให้เขาซึมซับแล้วกลายเป็นว่าเรื่องแบบนี้เท่ด้วย ก็เลยอยากจะดึงงานที่มันเป็นงานเชิงบวกออกมาแล้วให้เขารู้สึกว่าเล่นดนตรีก็เท่นะ เรามีพื้นที่เท่ๆ ให้เด็ก”

ในภาพจำของผู้คน คลองเตยคือชุมชนแออัดที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ขึ้นชื่อเรื่องยาเสพติด การพนัน และความรุนแรงในหลายรูปแบบ เป็นพื้นที่สีแดงที่เต็มไปด้วยความไม่ปลอดภัยในสายตาของคนภายนอก นี่เป็นสิ่งที่ศิริพร พรมวงศ์ หรือ ครูแอ๋ม รู้อยู่แก่ใจ แต่เมื่อ 5 ปีที่แล้วเธอกับเพื่อนครูต่างชาติเลือกที่จะพาตัวเองมาที่นี่ในฐานะครูอาสา พร้อมกับกีต้าร์ที่ขอรับบริจาคมาได้ บนความเชื่อเดียวกันว่า ดนตรีจะช่วยเด็กๆ ได้อีกหลายคน ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะมีเด็กกี่คนที่สนใจจะมาเรียนดนตรีกับเธอ

จากกีตาร์เพียง 5 ตัว วันนี้มีอูกูเลเล่ ไวโอลิน คีย์บอร์ด เบส กลอง และการสอนร้องเพลง เครื่องดนตรีทั้งหมดมาจากการรับบริจาคจนเกิดเป็น Klong Toey Music Program โรงเรียนดนตรีซึ่งจะเป็นพื้นที่ให้เด็กเข้ามาเรียนรู้ฟรี เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ท่ามกลางพื้นที่เสี่ยงที่เด็กสามารถเลือกได้ สิ่งที่ครูแอ๋มให้ความสำคัญมากกว่าทักษะทางดนตรีคือทำอย่างไรให้เด็กๆ มีทักษะในการใช้ชีวิต  Klong Toey Music Program ที่ครูแอ๋มร่วมก่อตั้งมากับจีจี้ Geraldine Nemrod เพื่อนครูอาสาชาวต่างชาติ ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น จากเด็กกลุ่มเสี่ยงไปสู่เด็กที่รู้จักทางเลือกและมีทักษะการใช้ชีวิต หลายคนที่เคยก้าวร้าวใช้ความรุนแรง ไม่มีความสุข ขาดความอบอุ่น ไม่เห็นคุณค่าของตัวเองมีทิศทางที่ดีมีความสุขมากขึ้น  จากชุมชนคลองเตยครูแอ๋มและเพื่อนครูอาสาพัฒนาไปสู่กลุ่ม Music Sharing ที่มีการขยายโอกาสไปยังชุมชนต่างๆ ทั้งกลุ่มชาวเขา กลุ่มลูกหลานแรงงาน และกลุ่มสถานสงเคราะห์เด็ก ซึ่งมีอีกหลายพื้นที่ต้องการใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเด็ก Music Sharing จึงเปรียบเสมือน Hub ที่ให้คำปรึกษา สนับสนุนเครื่องดนตรีและครูอาสา รวมถึงพัฒนาเด็กคลองเตยที่มีความสามารถทางดนตรีในระดับหนึ่งไปเป็นครูอาสาสอนดนตรี ด้วยเชื่อว่าจากเด็กคลองเตยที่เป็นผู้รับมาโดยตลอด การที่พวกเขารู้จักการแบ่งปันและการเป็นผู้ให้ จะสามารถสร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจต่อพวกเขาในอนาคต

Klong Toey Music Program และ Music Sharing นับเป็นบทเรียนรู้สำคัญของงานพัฒนาเด็กและเยาวชนในโลกความเป็นจริงที่แสนจะซับซ้อน ควรค่าแก่การร่วมกันสังเคราะห์เพื่อนำบทเรียนไปต่อยอดสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่อื่นๆ เพราะหากพื้นที่ที่ยากที่สุดอย่างคลองเตยสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้ นี่นับเป็นแรงบันดาลใจที่คนทำงานด้านด้านพัฒนาเด็กและเยาวชนรวมถึงจิตอาสาเกิดพลังที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในพื้นที่อื่นต่อไป

“จากครูอาสาที่ใช้ดนตรีสอนและพัฒนาเด็กๆ ในชุมชนคลองเตย วันนี้เด็กๆ ที่เป็นผู้รับได้กลายเป็นผู้ให้และสร้างแรงบันดาลใจต่อคนอื่นๆ ในสังคม”

“ตอนนี้เด็กๆ คลองเตย กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับพื้นที่อื่นๆ แล้ว และเด็กๆ กำลังถูกพัฒนาให้เป็นผู้ให้จากที่เคยเป็นผู้รับ” ศิริพร

Walter Lee

คนพิการในไทยมีอยู่เกือบ 2 ล้านคน ผมไม่อยากให้ไปสงสารเขา เพราะถ้าไปสงสารก็จะเข้าสู่โมเดลสงเคราะห์ ผมอยากเห็นโมเดลสังคมมากกว่า ด้วยการเข้าใจและยอมรับว่าคนพิการก็คือคนและเรียนรู้ที่จะอยู่ในสังคมได้อย่างอิสระ

สมไทย วงษ์เจริญ

ไม่ว่าเราจะผลิตความเจริญก้าวหน้าอย่างไรก็แล้วแต่ สุดท้ายมันจะมาเป็นขยะ

ศ.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

สังคมไทยต้องเป็นสังคมสำหรับทุกคน คือ “No one Left behind”ต้องไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เราต้องทำให้สังคมเรามีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อทุกคน คนพิการต้องมีความสุขได้เหมือนกับคนอื่น