Select Page

 

 

Rice Farmer

 

 

 

ถ้าชาวนาสูญพันธุ์หรือหายไป
ความมั่นคงทางอาหารก็จะไม่มี
ข้าวเป็นบ่อเกิดวัฒนธรรม
วัฒนธรรมบ่งบอกถึงความเป็นชาติ
เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีข้าว
วัฒนธรรมก็สูญ และจะสูญชาติไปด้วย

เดชา ศิริภัทร

ผู้พลิกฟื้นจิตวิญญาณชาวนาด้วยเมล็ดข้าว

 

รศ.อรชุมา ยุทธวงศ์
7

ประวัติ

ชื่อ : เดชา ศิริภัทร

ประสบการณ์ :

  • เป็นประธานและผู้ก่อตั้งมูลนิธิข้าวขวัญขึ้นที่ จ.สุพรรณบุรี ในปี 2541 เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรที่เหมาะสมกับท้องถิ่น พัฒนาพันธุกรรมข้าวและพืชพื้นบ้าน วิจัยและพัฒนาผลกระทบของสารเคมีทางการเกษตร ตลอดจนค้นหาทางเลือกร่วมกับเกษตรกรในการทำเกษตรที่ไม่ใช้สารเคมี
{

ถ้าชาวนาสูญพันธุ์หรือหายไป ความมั่นคงทางอาหารก็จะไม่มี ข้าวเป็นบ่อเกิดวัฒนธรรม วัฒนธรรมบ่งบอกถึงความเป็นชาติ เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีข้าว วัฒนธรรมก็สูญและจะสูญชาติไปด้วย

เดชา ศิริภัทร ผู้พลิกฟื้นจิตวิญญาณชาวนาด้วยเมล็ดข้าว

“อาชีพที่เป็นของชาติมีอยู่ไม่กี่อาชีพ อันแรกก็รั้วของชาติก็คือทหาร สองก็คือ ครู…เราเรียกว่าเป็น แม่พิมพ์ของชาติ ส่วนสุดท้ายก็ชาวนากระดูกสันหลังของชาติ”

มูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี สถานที่พัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวและระบบการปลูกข้าวปลอดสารเคมีที่ให้ผลผลิตสูง ต้นทุนต่ำ เป็นทั้งโรงเรียนชาวนาที่ สามารถสร้างชาวนาให้มีคุณภาพสามารถลืมตาอ้าปาก ในอาชีพของตนได้หลายต่อหลายชีวิต บ่มเพาะจิตวิญญาณแห่งการกสิกรรมอันเป็นรากของชนชาวไทยมาหลายร้อยปีให้ยังคงหยัดยืนในผืนแผ่นดิน คือความสำเร็จอันเกิดจากความตั้งใจที่จะช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ตกอยู่ในความทุกข์ของอาจารย์เดชา ศิริภัทร ชายผู้อยู่กับเมล็ดข้าวมาตั้งแต่จำความได้ ที่เกษตรกรต่างพากันยกย่องให้เป็นปราชญ์ชาวนา

ร่มเงาพุทธศาสนาและท่านพุทธทาส อินทปัญโญ คือครูความคิด ที่สร้างจุดเปลี่ยนชีวิตให้ อ.เดชา หันหลังให้กับการทำปศุสัตว์ที่คร่าชีวิต หมู ปลา ปีละหลายพันตัว และมุ่งหน้าสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่น ด้วยการนำความรู้ความสามารถที่มีมาหาทางออกให้กับเกษตรกรที่กำลังหลังชนฝาด้วยหนี้สินและผลผลิตที่ด้อยราคา

อ.เดชา ตั้งให้สุพรรณบุรีบ้านเกิดเป็นโมเดลเพื่อการเปลี่ยนแปลงวิถีคนปลูกข้าว โรงสีข้าว และคนกินข้าวให้สอดคล้องสมประโยชน์กันในทุกฝ่าย ท่านใช้เวลากว่า 10 ปี ในการปรับปรุงพัฒนาพันธุ์ข้าว โดยนำเอาคุณสมบัติเด่นของพันธุ์ข้าวพื้นบ้านและพันธุ์ข้าวสมัยใหม่มาผสมรวมกัน เกิดเป็นคุณสมบัติเด่นคือ ทนโรค ไม่ต้องใช้ปุ๋ยหรือยาที่เป็นเคมี แต่ได้ผลผลิตถึง 100 ถัง ต่อแปลงใน 1 ฤดูกาลเพาะปลูก ต้นเตี้ยดูแลไม่ยากและที่สำคัญปลูกได้ทั้งปี ทั้งยังมีรสดีกลิ่นหอมถูกปากถูกใจคนกินข้าวอีกด้วย ด้วยคุณสมบัตินี้จึงทำให้ชาวนาหันมาปลูกข้าวที่ท่านพัฒนาพันธุ์กันอย่างแพร่หลาย ส่งผลให้โรงสีเล็งเห็นความสำคัญและถือโอกาสในการรับซื้อข้าวมาสีและจัดจำหน่ายเองในราคายุติธรรม โดยทั้งหมดอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของการปลูกข้าวแบบไร้สารเคมี คนสุพรรณจึงมีข้าวดีกินในราคาถูก ชาวนามีแหล่งขายข้าวในราคาดีที่แน่นอน เกิดเป็นโมเดลเฉพาะจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ใช้พันธุ์ข้าวของสุพรรณ ปลูกในสุพรรณ สีในสุพรรณ และคนสุพรรณกินเอง เมื่อเหลือจึงขายออกไป จนทำให้ชาวนาที่เลือกวิถีการปลูกข้าวตามแบบอย่าง อ.เดชา สามารถลืมตาอ้าปากและมีความสุขกับอาชีพภูมิปัญญาที่มีมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ นอกจากนี้ยังก่อตั้งโรงเรียนชาวนาขึ้นเพื่อขยายองค์ความรู้ให้เข้าถึงเกษตรกรที่มีความพร้อมในการพัฒนาแนวคิดเพื่อพึ่งพาตนเองเป็นสำคัญสร้างลูกศิษย์ชาวนามาแล้วหลายต่อหลายรุ่น กระทั่งศิษย์ชาวนาอย่างชัยพร พรหมพันธุ์ และทองเหมาะ แจ่มแจ้ง ประสบความสำเร็จกับอาชีพชาวนาจนได้ชื่อว่า ชาวนาเงินล้าน ที่ได้รับคัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่นสาขาทำนา จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

วิถีชาวนา ของ อ.เดชา ศิริภัทร คือนวัตกรรมชิ้นใหญ่ที่พลิกฟื้นชีวิตและจิตวิญญาณอันแห้งแล้งของบรรดากระดูกสันหลังของชาติที่ต้องทนทุกข์ยากอยู่ในวังวนความยากจนอย่างไม่สิ้นสุดให้กลับมีความหวัง มีพลังและความสุขในการปลูกข้าวให้คนไทยได้กินอีกครั้ง ทั้งยังจุดประกายความหวังให้อาชีพซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาติได้มีลมหายใจต่อไปด้วยเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มี อ.เดชา ศิริภัทร เป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจในการทำเกษตรอย่างมีวิธีคิดเพื่อความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน

“วิธีคิดทำนาแบบเดิม ที่ต้องรอพึ่งพาเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยเคมี แล้วรอขายให้โรงสีแบบเก่ามันพิสูจน์แล้วว่าไปไม่รอด เพราะเกือบทั้งหมด คือ เจ๊ง ขาดทุน จนต้องขายที่นา ชาวนาแบบเก่าจึงค่อยๆ หมดไป จากนี้ไปคือโอกาสของชาวนารุ่นใหม่ วิธีคิดใหม่ๆ ที่สร้างมูลค่าจากผลผลิตได้”

“ถ้าชาวนาสูญพันธุ์หรือหายไป ความมั่นคงทางอาหารก็จะไม่มี ข้าวเป็นบ่อเกิดวัฒนธรรม วัฒนธรรมบ่งบอกถึงความเป็นชาติ เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีข้าว วัฒนธรรมก็สูญและจะสูญชาติไปด้วย” เดชา

วลัยพรรณ ฉันท์มิตรกุล

อยากทำงานที่ไม่เพียงได้เงิน แต่ได้ใช้ความถนัดช่วยเหลือคนอื่นและให้คุณค่า กับชีวิตด้วย

ยอด ชินสุภัคกุล

ทำงานต้องมีเป้าหมาย และไม่สนใจคู่แข่ง มุ่งหน้าทำตามสิ่งที่เป็นเป้าหมาย