Select Page

 

 

 

Public Health Promoter

 

 

 

 

 

 

อาชีพทำงานฟรี
เป็นอาชีพที่มีคุณค่า
และมั่นคงที่สุดในโลก

ดร.ใจเพชร กล้าจน

ชายผู้รักษาชีวิตผู้คน
ด้วยตำราพระไตรปิฎก

 

 

รศ.อรชุมา ยุทธวงศ์
7

ประวัติ

ชื่อ : ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว)
การศึกษา :

  • ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์สุขภาพ สาธารณสุขศาสตร์ มสธ.
  • ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์สุขภาพ บริหารสาธารณสุข มสธ.
  • สำเร็จการศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์แผนไทย
  • ปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิตสาขาพัฒนบูรณาการศาสตร์(เศรษฐกิจพอเพียง) มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
  • ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฏีบัณฑิต หลักสูตรยุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค (สาธารณสุขชุมชน) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

ประสบการณ์ :

  • ประธานมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมเพื่อการพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
{

อาชีพทำงานฟรีเป็นอาชีพที่มีคุณค่าและมั่นคงที่สุดในโลก

ดร.ใจเพชร กล้าจน ชายผู้รักษาชีวิตผู้คน ด้วยตำราพระไตรปิฎก

“ผมอยากให้คนที่รักษาสบายใจที่สุด ไม่ต้องโดนกดดันด้วยเรื่องเงิน ผมคิดว่าคนป่วยก็มีวิบากกรรมของเขามากพออยู่แล้ว” 

ชื่อเดิม “สำเริง มีทรัพย์” เปลี่ยนเป็น “ใจเพชร กล้าจน” ชื่อใหม่ของหมอเขียวซึ่งสะท้อนถึงความคิดที่สวนทางกับคนส่วนใหญ่ในสังคมบริโภคนิยม หมอเขียวเป็นชาวมุกดาหาร ใฝ่ฝันจะเป็นทหารตั้งแต่เด็กแต่โชคชะตาทำให้ไม่สามารถไปรายงานตัวที่กองทัพอากาศได้ทัน จนมาสอบทุนสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหารและเรียนจนจบมารับราชการที่ฝ่ายส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เมื่อปี 2535 เมื่อทำงานนานขึ้นหมอเขียวก็เกิดความคิดว่า เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าขึ้น แต่ทำไมถึงรักษาโรคหลายๆ โรคให้หายขาดไม่ได้ ขณะที่คนไข้ก็ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลเองก็ป่วยกันถ้วนหน้า

เขาสนใจเรื่องแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก เพราะหลักการของแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ส่วนใหญ่คือการพึ่งตัวเอง อ่านตัวเองให้ออก วิเคราะห์ว่าเกิดอะไรขึ้นในร่างกาย จะแก้ไขอย่างไร การบุกเบิกโครงการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกขึ้นในโรงพยาบาลหว้านใหญ่ จึงเริ่มขึ้น วันหนึ่งหมอเขียวได้คำตอบจากการอ่านพระไตรปิฎกบทหนึ่งว่า “ความเจ็บป่วยต่างๆ มีสาเหตุหลักมาจากความเครียด ซึ่งก็มาจากตัวโกรธ ตัวโลภ ตัวหลงโลกธรรม การปรับสมดุลร้อน-เย็นกายใจ จะทำให้มีโรคภัยไข้เจ็บน้อย มีทุกข์น้อย” เพราะเมื่อเกิดความไม่สมดุลในร่างกายและจิตใจ ก็จะทำให้เกิดอาการไม่สบายและโรคภัยไข้เจ็บขึ้นมา มีการพัฒนาศึกษาและช่วยเหลือผู้คนด้วยหลักดังกล่าวตลอด 22 ปีต่อเนื่อง และรวบรวมความรู้เก็บไว้เป็นข้อมูล ปรากฏในดุษฎีนิพนธ์เรื่อง “จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพื่อมวลมนุษยชาติ” พบว่าผู้ป่วย 63,399 ราย ร้อยละ 90.41 อาการทุเลา รู้สึกสบายขึ้น โดยใช้วิธีปฏิบัติในการถอนพิษปรับสมดุลตามเทคนิค 9 ข้อ หรือที่เรียกว่า “ทฤษฎียา 9 เม็ด” หรือ “หลักการแพทย์วิถีธรรม” เช่น การดื่มนํ้าสมุนไพรปรับสมดุลร้อนเย็น การรับประทานอาหารปรับสมดุลร้อนเย็น การกัวซาหรือขูดพิษออกจากร่างกาย การทำสวนล้างลำไส้ใหญ่ (ดีท๊อกซ์) การโยคะ กดจุดลมปราณ กายบริหาร การใช้ธรรมะผ่อนคลายความเครียด เป็นต้น

หมอเขียวเดินทางเผยแพร่นวัตกรรมแห่งการพึ่งตนด้วยหลักการแพทย์วิถีธรรม ตามสโลแกน “หมอที่ดีที่สุดในโลกคือตัวเราเอง” แบบฟรีๆ หรือศูนย์บาท และสร้างจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมมาร่วมสร้างสังคมแห่งการพึ่งตนและช่วยคนให้พ้นทุกข์ด้วยการแพทย์วิถีธรรม แพร่กระจายไป อย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นแนวทางที่นำพาผู้คนหันมาสนใจลงมือปฏิบัติตามในการพึ่งตนและช่วยเหลือผู้อื่นให้เกิดสุขภาวะที่ดีอย่างต่อเนื่อง

“ตัวเราในฐานะลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้า เราก็ต้องดำเนินชีวิตตามอาจารย์ คือพยายามศึกษาความรู้นี้ให้ลึกซึ้งแตกฉาน ปฏิบัติกับตัวเองก่อน เมื่อได้ผลก็นำไปเผยแพร่ช่วยเหลือคนอื่นต่อเหมือนอย่างที่พระพุทธเจ้าเคยทำ”

“อาชีพทำงานฟรีเป็นอาชีพที่มีคุณค่าและมั่นคงที่สุดในโลก” หมอเขียว

วลัยพรรณ ฉันท์มิตรกุล

อยากทำงานที่ไม่เพียงได้เงิน แต่ได้ใช้ความถนัดช่วยเหลือคนอื่นและให้คุณค่า กับชีวิตด้วย

ยอด ชินสุภัคกุล

ทำงานต้องมีเป้าหมาย และไม่สนใจคู่แข่ง มุ่งหน้าทำตามสิ่งที่เป็นเป้าหมาย