Select Page

 

 

Performing Artist

 

 

 

งานโบราณจะดำรงอยู่ได้
หนึ่ง…ต้องใช้ได้
สอง…ต้องมีคุณค่า
สาม…ต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง
กับคนในสังคม

พิเชษฐ์ กลั่นชื่น

นาฏศิลปินนอกขนบ

 

รศ.อรชุมา ยุทธวงศ์
7

ประวัติ

ชื่อ : พิเชษฐ กลั่นชื่น

ประสบการณ์ :

  • พิเชษฐได้เปิดสถาบันการเต้น Pichet Klunchun Dance Company (พิเชษฐ กลั่นชื่น แดนซ์ คอมพานี) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำงานทางด้านศิลปะการเต้นและสร้างนักเต้นอาชีพ โดยเน้นการฝึกฝนทางด้านรำไทยเป็นพื้นฐาน เขาเป็นศิลปินนักรำไทยที่โด่งดังไปไกลในระดับโลก และมี ผลงานเป็นที่ยอมรับระดับสากล
  • ปี 2549 ได้รับรางวัลศิลปาธร ด้านศิลปะการแสดง
  • ปี 2551 ได้รับรางวัล ‘Routes’ ECF Princess Margriet Award for Cultural Diversity จาก European Cultural Foundation
  • ปี 2555 ได้รับรางวัล “Chevalier of the French Arts and Literature Order” จาก the French Ministry of Culture
  • ปี 2557 ได้รับรางวัล John D. Rockefeller 3rd Award จาก สภาวัฒนธรรมแห่งเอเชีย (Asian Cultural Council ประเทศสหรัฐอเมริกา)
{

งานโบราณจะดำรงอยู่ได้ หนึ่ง…ต้องใช้ได้ สอง…ต้องมีคุณค่า สาม…ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนในสังคม

พิเชษฐ์ กลั่นชื่น นาฏศิลปินนอกขนบ

“อาชีพที่ผมเป็นนี่คือสายศิลปิน ไม่ใช่สายคอมเมอเชียล สายศิลปินคือการสร้างสรรค์ พัฒนา ไม่ใช่ขาย ไม่ได้ตอบโจทย์ลูกค้า ผมตอบโจทย์ตามความต้องการของตัวเองผมเองว่าผมอยากได้อะไรอยากสื่อสารอะไรกับคนในสังคม”

ชื่อของพิเชษฐ กลั่นชื่น เป็นที่กล่าวถึงในนามศิลปินนอกแถวผู้นำเอา “โขน” ศิลปะการแสดงชั้นสูงมาตีความและออกแบบการนำเสนอใหม่ โดยลดทอนความอลังการของเครื่องแต่งกายและองคาพยพในการแสดงตามขนบเดิมลง แต่กลับลงลึกในรายละเอียดเพื่อการสื่อสารที่ชัดเจนขึ้น รวมทั้งได้ถอดแบบการร่ายรำออกมาเป็นเส้นสายของการเคลื่อนไหว ที่ยังคงความประณีตเพื่อบอกเล่าเรื่องราว ซึ่งนับเป็นการนำศิลปะแห่งโขนกลับสู่สังคมไทยสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับศิลปะการแสดงของร่างกายและการเคลื่อนไหวมากกว่าองค์ประกอบอื่น

แม้จะอยู่ท่ามกลางคำวิจารณ์จากผู้คนหลายฝ่าย แต่พิเชษฐ ไม่ได้มองว่าสิ่งที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นเป็นการทำลายวัฒนธรรมการแสดงนาฏศิลป์อันดีงาม แต่มันคือการต่อยอด ต่อลมหายใจให้กับวัฒนธรรมไทยอันเป็นรากของชนชาติให้สามารถยึดเกาะผืนแผ่นดินได้อย่างยืนยงไม่ต่างจากจุดหมายของผู้รักความเป็นไทยท่านอื่น เพียงแต่อาจแตกต่างด้วยวิธีคิดและวิธีการนำเสนอเท่านั้น

ผลงานของเขาไม่ว่าจะเป็นการแสดงชุด “ฉุยฉาย” ที่ดัดแปลงเนื้อหามาจากรามเกียรติ์ตอน “นางลอย” เพื่อสะท้อนช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านของสังคมไทยในการต่อสู้ทางด้านการเมืองเหลือง แดง หรือการแสดงชุด “I am a demon” ที่นักเต้นหนุ่มเปิดเผยความจริงภายใต้การถูกห่อหุ้มทางวัฒนธรรมที่พันธนาการคนในสังคมไทยเอาไว้ ให้ได้รับรู้ถึงความเป็นมนุษย์ที่มีสิทธิ์ในร่างกายและชีวิตของตัวเองหรือแม้กระทั่งการแสดงชุด “ขาวดำ” ซึ่งเป็นชิ้นงานที่เขาสร้างหัวโขนแบบใหม่ให้มีเพียงสีเงินสลับดำพร้อมกับเครื่องแต่งกายที่มีเพียงกางเกงสีดำ คาดด้วยห้อยหน้าห้อยข้าง ผ้าปิดก้น และรัดอกประดับเลื่อมสีเงิน และนำมาใช้ในการแสดงที่เขาดัดแปลงขึ้นเท่านั้น การแสดงของเขาล้วนได้สื่อสารเนื้อหาใจความสำคัญของเรื่องราวรวมทั้งความวิจิตรของท่วงท่าในฐานะนาฏศิลปินในยุคสมัยของเขาออกไปสู่ผู้ชมได้อย่างไม่ขาดพร่อง

หัวใจในการสร้างงานของพิเชษฐไม่ใช่เพื่อรางวัลเชิดชูเกียรติที่เขาได้รับ หากแต่คือการดำรงไว้ซึ่งรากแห่งนาฏศิลป์และระบัดยอดให้กับวัฒนธรรมไทยเพื่อก้าวไปพร้อมยุคสมัยได้อย่างสง่างาม ซึ่งวันนี้เห็นผลแล้วว่าเขาสามารถเพิ่มเส้นทางเชื่อมให้คนยุคปัจจุบันเข้าถึงศิลปะไทยโบราณได้มากขึ้น ทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจสรรค์สร้างศิลปินยุคใหม่ให้กล้าที่จะหยิบยกความดีงามของนาฏศิลป์แต่โบราณมาต่อยอดภายใต้แก่นของความเป็นไทยแท้ให้งอกงามต่อไป

“ผมมั่นใจว่าคนจะภาคภูมิใจกับการที่ศิลปะของเราสามารถที่จะเคลื่อนตัวไปสู่เวทีโลกได้ แล้วเรามีศิลปะ ณ ปัจจุบันของเราไปพร้อมๆ กับการ มีศิลปะในอดีตที่สง่างามไปด้วยกันครับ”

“งานโบราณจะดำรงอยู่ได้ หนึ่ง…ต้องใช้ได้ สอง…ต้องมีคุณค่า สาม…ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนในสังคม” พิเชษฐ์

สลา คุณวุฒิ

ผมเป็นแบบทุกวันนี้ได้ เพราะหัวใจความเป็นครู ผมลาออกจากราชการแต่ไม่เคยลาออกจากความเป็นครู