Select Page

 

Life Coach

 

 

 

ผมอยากเห็น
โมเดลสังคมมากกว่า
ด้วยการเข้าใจและยอมรับ
ว่าคนพิการก็คือคน
และเรียนรู้ที่จะอยู่ในสังคมได้อย่างอิสระ

วอลเตอร์ ลี

มูลนิธิซายมูฟเมนท์
ผู้เชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์ทุกคน

 

รศ.อรชุมา ยุทธวงศ์
7

ประวัติ

ชื่อ : วอลเตอร์ ลี
ประธานมูลนิธิซาย มูฟเม้นท์

ประสบการณ์ :

  • พ่อของน้องซาย ลี ที่เกิดมาพร้อม กับแขนข้างซ้ายที่สมบูรณ์ 1 ข้าง แขนขวาครึ่งแขน ไม่มีขาขวา แต่มี ขาซ้ายที่ผิดรูปกับเท้าซ้ายที่มีนิ้วเท้า เพียง 3 นิ้ว ซึ่งไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ตรงกับข้อต่อผู้เป็นแรงบันดาลใจในการก่อตั้งมูลนิธิซาย มูฟเม้นท์
  • เด็กชาย ซาย ลี คือเด็กพิการคนแรก ของโลกและครอบครัว ที่พิชิตยอด เขาคิลีมันจาโร ประเทศแทนซาเนีย ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศแอฟริกาได้สำเร็จ
  • โครงการปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต ครั้งที่ 7 เดือนสิงหาคม ปี 2016 สามารถพาเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว 2 คน ปีนขึ้นพิชิตยอดภูเขาไฟฟูจิ ประเทศญี่ปุ่นได้สำเร็จ โดยมีอาสาสมัครเป็นกลุ่มนักธุรกิจจาก Entrepreneur Organization คอยช่วยเหลือตลอดการพิชิตยอดเขา
  • เจ้าของเรื่องราวในหนังสือวอลเตอร์ + ซาย ลี ก้าวเดินที่ไร้ขา
{

คนพิการในไทยมีอยู่เกือบ 2 ล้านคน ผมไม่อยากให้ไปสงสารเขา เพราะถ้าไปสงสารก็จะเข้าสู่โมเดลสงเคราะห์ ผมอยากเห็นโมเดลสังคมมากกว่า ด้วยการเข้าใจและยอมรับว่าคนพิการก็คือคนและเรียนรู้ที่จะอยู่ในสังคมได้อย่างอิสระ

วอลเตอร์ ลี มูลนิธิซายมูฟเมนท์ ผู้เชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์ทุกคน

“ยังมีความเข้าใจผิดที่ไม่อยากให้น้องพิการเหนื่อย ลำบาก ไม่ให้พวกเขาออกกำลังกาย นั่นยิ่งเป็นการทำร้ายเขาทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ การไม่เคลื่อนไหวทำให้ร่างกายเขายิ่งอ่อนแอ และยังไม่กล้าเข้าสังคม”  

ด้วยจิตวิญญาณความเป็นพ่อของ วอลเตอร์ ลี ผู้ไม่ยอมให้ซายลูกชายที่พิการทางการเคลื่อนไหวแต่กำเนิดต้องถูกปิดกั้นความสุขในชีวิตด้วยข้อจำกัดทางร่างกาย ทำให้เขาพาซายออกเดินทางเพื่อพิชิตยอดเขาสุดโหดอย่างโคตาคินนาบาลูในมาเลเซียจนกลายเป็นเด็กพิการอายุน้อยที่สุดที่สามารถทำภารกิจสุดท้าทายนี้สำเร็จ

เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความเชื่อของวอลเตอร์และพลิกชีวิตให้เขากลายเป็นผู้สร้างการรับรู้ใหม่ให้กับสังคมที่มีต่อคนพิการด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของจิตใจมนุษย์ซึ่งเป็นอิสระจากข้อจำกัดทั้งหมด และส่งต่อวิธีคิดนี้ด้วยการก่อตั้งมูลนิธิซายมูฟเม้นท์ขึ้นเพื่อสร้างเครือข่ายของครอบครัวที่ต้องพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้ให้มีเพื่อนที่ร่วมเข้าใจและแก้ปัญหาต่างๆ ไปพร้อมกัน รวมถึงเปลี่ยนความเข้าใจของผู้คนโดยเฉพาะพ่อแม่ที่มีต่อลูกซึ่งขาดความสมบูรณ์ทางด้านร่างกาย เพื่อสนับสนุนให้เด็กๆ เคลื่อนไหวและออกไปใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างมั่นใจแม้ไร้พ่อแม่ โดยจัดกิจกรรม “ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต” นำพาครอบครัวมากมายที่มีลูกพิการทางการเคลื่อนไหวไปพิชิตยอดเขาต่างๆ ในไทย ภายใต้การดูแลของอาสาสมัครที่มีหัวใจพร้อมจะก้าวไปกับพ่อแม่และประคับประคองเด็กเหล่านี้ให้ไปถึงจุดหมายด้วยศักยภาพของเขาเอง ซึ่งส่งให้เด็กพิการและพ่อแม่กว่าร้อยครอบครัวสามารถก้าวข้ามภูเขาลูกใหญ่ในหัวใจและกล้าที่จะพาลูกออกไปใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขในสังคมได้ไม่ต่างจากคนทั่วไป

วอลเตอร์ ลี และมูลนิธิซาย มูฟเม้นท์ไม่เพียงเปลี่ยนมุมมองพ่อแม่ที่มีต่อข้อจำกัดของลูกและสร้างความมั่นใจในตัวเองให้กับเด็กพิการเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นเตือนให้สังคมได้หันกลับมาศรัทธาในพลังของจิตใจและเชื่อมั่นในศักยภาพของความเป็นมนุษย์ที่ไม่ถูกจำกัดแม้ว่าจะอยู่ในสภาพร่างกายแบบใด

“คนเรามีอะไรไม่เหมือนกัน บางคนมีผม บางคนไม่มีผม บางคนขาว บางคนดำ หรือบางคนมีขา บางคนไม่มีขา แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้บ่งบอกว่าจิตใจของเขาดีหรือไม่ดี เก่งหรือไม่เก่ง ท้ายที่สุดแล้วทุกคนก็คือคน”

“คนพิการในไทยมีอยู่เกือบ 2 ล้านคน ผมไม่อยากให้ไปสงสารเขา เพราะถ้าไปสงสารก็จะเข้าสู่โมเดลสงเคราะห์ ผมอยากเห็นโมเดลสังคมมากกว่า ด้วยการเข้าใจและยอมรับว่าคนพิการก็คือคนและเรียนรู้ที่จะอยู่ในสังคมได้อย่างอิสระ” วอลเตอร์ ลี

พงษ์สุข หิรัญพฤกษ์

ธุรกิจบางคนมองว่าเป็นการเล่นการพนัน แต่ผมว่ามันไม่เหมือน เราลดความเสี่ยงด้วยการเรียนรู้ Success Story ความสำเร็จไม่ได้ง่าย ทุกอย่างมันต้องต่อสู้ ถ้าไม่มีการวางแผน ไม่มีการเตรียมตัว ก็จะไม่ประสบความสำเร็จ

วิกรม กรมดิษฐ์

ผมจะเป็นคนดี ใช้ชีวิตแบบพอเพียง และส่งคืนสิ่งดีๆ ให้กับสังคม

ธนโชติ วิสุทธิสมาน

เราค่อนข้างมั่นใจว่าเราเป็นคนสร้างกระแสอินโฟกราฟิกในไทย ขึ้นมา จนตอนนี้อินโฟกราฟิกกลายเป็นสื่อ mainstream ไปแล้ว เหมือนที่มีวิทยุ ทีวี หนังสือพิมพ์ แต่ยุคนี้ต้องมีอินโฟกราฟิกเพิ่มเข้าไปด้วย